PFsense

 

  • Boot เครื่อง จาก  Cd-Rom เพื่อเริ่มต้นการติดตั้ง

 

  • จะพบหน้าจอแสดง Logo

  • ให้กดปุ่ม  N

  • ให้เรากำหนดชื่อของ  LAN Card  ซึ่งในรูปเรามี 3  LAN Card  คือ lnc0 ( LAN) lnc1 (WAN)  และ lnc2(OPT1)

 

  • หลักจากนั้นจะพบหน้าจอแสดง ชื่อของ LAN Card  ที่เรากำหนดไปแล้ว  ต่อจากนั้นให้กด Y  เพื่อให้ระบบดำเนินการขั้นต่อไป

  • ให้เราใส่ 99  เพื่อเริ่มทำการติดตั้ง

  • ให้เราเลือกที่  Accept these settings (เราจะใช้ค่า  default  ของ  pfsense  จึงเลือก  accept  ได้เลย)

  • เลือก Install pfSense  เพื่อเริ่มการ Install 

  • เลือก  Harddsik  ที่เราต้องการติดตั้ง (da0-Primary IDE)

  • เลือก  Format this disk  เพื่อทำการ  Format   Harddisk

  • แสดงขนาดของ Harddisk ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรผิดให้เลือก Use this Geometry

  • ยืนยันการ Format  Hardisk

 

  • เลือก  Partition Disk

 

  • เลือก Accept and create  เพื่อทำการสร้าง Partition  ขึ้นมาใหม่

 

  • ยืนยันการ สร้าง  Partition

 

  • ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะพบหน้าจอนี้

  • กดที่ accept เพื่อสร้าง   bootblock

  • เลือก Primary Partition เพื่อลง  pfsense

  • ยืนยันการติดตั้ง หลังจากนี้ข้อมูลใน  Harddisk  จะหายหมด(ต้องระวังด้วยนะครับ)

  • เจออย่างนี้ format  เสร็จแล้วนะครับ

  • ขั้นตอนนี้เป็นการแบ่ง  Partition  ในระบบ FreeBSD  เขากำหนดมาให้แล้ว (ง่ายดี) ให้เราใช้ตามเขาเลยนะครับ

  • ขั้นตอนต่อไป ระบบจะ  install  ให้รอจนครบ 100 % (นานสักหน่อย)

  • เมื่อรอจนครบ 100 %  แล้ว จะต้องทำการ  Boot เครื่อง

จบขั้นตอนการติดตั้งครับ

 

 

 

ต่อไปจะเป็นการSetup

1. ให้เราเรียกใช้งานให้เราเปิด IE  เครื่องลูกข่ายของเราแล้วเรียก  http://192.168.1.1  จากนั้นให้เราใส่ User : admin  Pass : pfsense  ก็จะพบหน้าหลัก ดังรูป

 

  2. ให้เรากำหนด Homename, Domain และ DNS

 

3. ให้เรากำหนด Time Zone

4. ให้เรากำหนด IPAddress  และ  Gateway ของเส้น  WAN  ของเรา

 

5. ให้เรากำหนด IPAddress  ของ LAN

 

6. ให้เรากำหนดPassword ของ  admin (จำด้วยนะครับ)

 

7. ให้เราคลิกที่ปุ่ม  Reload  เพื่อเริ่มการทำงานใหม่

8. ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจะเจอหน้าจออย่างนี่ครับ (มาได้ครึ่งทางแล้ว)

9.  ต่อจากนั้นให้เราพิมพ์  http://192.168.1.1  แล้วใส่  User Name : admin  Password :  (ที่เราตั้งไปใหม่) จะเข้าสู่หน้าจอ ปกติ

  • เราจะไปกำหนด  IP Address  ของเส้น Internet  โดยการคลิกที่ เมนู Interface + OPT1 ซึ่งให้เราตั่งชื่อใหม่จาก OPT1 เป็น Internet (จะได้ไม่งง)
  • เลือก Type เป็น Static

10. ที่หน้าจอ OPT1  นั้นให้เรากำนดค่า  IP  และ  Gateway  ให้ถูกต้อง อย่าลืมเลือกที่ เลือก Enable Optional 1 interface  ด้วยนะครับ

11. กำหนด  NAT  ทั้ง2  สาย โดยการคลิกที่ เมนู Firewall + NAT

  • คลิกที่ outbound  แล้วติ๊กที่  Enable Advanced outbound NAT แล้ว SAVE  จะได้ดังรูป

12. เราจะทำ  NAT ของสาย Internet  โดยการ คลิกที่ เพิ่ม (รูปเครื่องหมายบวก)

 

13. ให้เราใส่ค่าตามรูปนะครับ คือใส่  NetNumber  ของ 192.168.1.0 (อย่าผิดนะ)

 

14. ให้คลิกดังรูป

15. เราจะได้การทำ  NAT ทั้งสองเส้น ดังรูป

16. มาถึงการตั้ง Rule  เพื่อแยกการทำงานของ  Net +  Game ให้เราเข้าใจตรงกัน ดังนี้

  • เมื่อใช้งาน port  80 (http://)  port 21(ftp://)  และ port 443 (https://) ให้ไปที่  Gateway 192.168.10.1 (อินเตอร์เน็ต)
  • นอกจากนั้นให้ออกไปที่ 192.168.20.1 ( WAN)
  • ให้คลิกที่เมนู  Firewall + Rules + LAN
  • แล้วคลิกที่  Add ( เครื่องหมายบวก)

17. มาลองตั้ง Rule  ของ  port 8080 กันนะครับ ให้เราแก้ตามรูปนะครับ

ตรงนี้อย่าลืมเลือก  Gateway ให้เป็น 192.168.10.1 (Internet) นะครับ สำคัญนะ

18. ให้เราทำ  Rule  ของ  https:// ด้วยนะครับ แล้วทำการย้าย  rule  ของ  ftp ,http ,https ให้ไปไว้เหนือ  LAN  ดังรูป

 

 

 

 

 

การใช้งาน PFSENSE

  • การเรียกใช้งานให้เราเปิด IE  เครื่องลูกข่ายของเราแล้วเรียก http://IPAddress  เช่น  http://192.168.1.1  จากนั้นให้เราใส่  username : admin   Password: ที่เราต้องไว้ ก็จะพบหน้าจอหลัก ดังรูป

จากรูป จะบอกสถานะของระบบ (System Information)

สถานะของ LAN Card

ใช้ในการดูว่า LAN Card  ของเราทำงานอยู่หรือไม่ ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ Interfaces จะพบหน้าจอ ดังรูป

ปริมาณข้อมูล ( Bandwidth )

ใช้ในการดูว่าปริมาณข้อมูล (ฺBandwidth)  ของเราในแต่ละวันเป็นอย่างไร โดยจะใช้โปรแกรม RRD ซึ่งแถมมาให้  ซึ่งสามารถทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ RRD Graphs จะพบหน้าจอ ดังรูป

สถานะของ Service

ใช้ในการดูว่า Service   ของเราทำงานอยู่หรือไม่ ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ Services จะพบหน้าจอ ดังรูป

ดู Log File

ใช้ในการดู Log File   ของเรา ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู Diagnostics+System logs จะพบหน้าจอ ดังรูป

Traffic Graph

ใช้ในการดูว่าปริมาณข้อมูล (ฺBandwidth)  ของเราในแบบ Real-Time  ซึ่งสามารถทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ Traffic Graph จะพบหน้าจอ ดังรูป

 

การปิดเครื่อง

ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู Diagnostics+Halt จะพบหน้าจอ ดังรูป

การReboot เครื่อง

ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู Diagnostics+ Reboot System จะพบหน้าจอ ดังรูป

Show States

ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู Diagnostics+Show States จะพบหน้าจอ ดังรูป

 

 

 

การติดตั้งโปรแกรมเสริม (AddOn)

1. ให้คลิกที่ เมนู System + Packages จะพบ package ที่เราสามารถติดตั้งเพิ่มได้

2. ในที่นี่เราจะติดตั้งโปรแกรม  squid

3. ให้คลิกที่ Add ( เครื่องหมายบวก ) แล้วคลิกที่ปุ่ม  OK จะเริ่มกระบวนการติดตั้งโปรแกรม

การยกเลิกการติดตั้งโปรแกรมเสริม (Uninstall-AddOn)

1. ให้คลิกที่ เมนู System + Packages + Installer Packages จะพบ package ที่เราสามารถติดตั้งไปแล้ว

2. ให้เราคลิกที่ Remove

3. ให้คลิกที่ ่ปุ่ม  OK จะเริ่มกระบวนการถอนการติดตั้งโปรแกรม

การใช้งานเบื้องต้น FFmpeg

ffmpeg คืออะไร  

FFmpeg เป็นโปรแกรมหนึ่ง ที่มีความสามารถเกี่ยวกับ Video ในรอบด้าน โปรแกรมนี้มีลักษณะการทำงานแบบ command line ทำให้เราสามารถเรียกใช้โปรแกรมนี้ผ่าน PHP ได้ 

ศึกษาเพิ่มเติม>>>>   ffmpeg

Flowplayer

“Flow Player เป็นเครื่องเล่นวิดีโอในรูปแบบ Flash Video FLV  : Flow player เป็น Open Source  เครื่องเล่นวีดีโอสำหรับเว็บ ใช้ในการฝังวิดีโอสตรีมใน เว็บสำหรับเจ้าของเว็บไซต์นักพัฒนา

เริ่มต้นการใช้งานโปรแกรมแบบ เบสิก

1.ดาวโหลดไฟล์ flowplayer-3.2.2.js , flowplayer-3.2.2.min.js ,flowplayer-3.2.2.swf มาไว้ในเวปเพจของคุณ

2เขียนไฟล์ .html ที่ใช้ในการสร้างหน้าเวปแสดงวีดิโอ โดยใช้โปรแกรม Notepad++ หรือ โปรแกรมอื่นๆตามแต่ถนัด

เริ่มต้นการเขียนสคริป โดยการอ้าง path โปรแกรมในเวปของคุณ

<script src=”path/to/the/flowplayer-3.2.2.min.js”></script>

นำไฟล์ วีดิโอ ที่จะทำการตรีมมิ่งอัปไปไว้ใน โฮตส์ เวปของคุณ

จากนั้นก็เขียนสคริปต่อลงมา เพิ่ม อ้างที่อยู่ของไฟล์วิดิโอ และขนาดของไฟล์วิดิโอที่จะแสดงบนหน้าเวปไซด์

<a

  href=”http://vod01.netdna.com/vod/demo.flowplayer/flowplayer-700.flv&#8221;

  style=”display:block;width:425px;height:300px;”

  id=”player”>

</a>

4.เขียนสคริปจบท้าย เพื่อเซ็ตให้เรียก JavaScript ในหน้าเวป html

<script>

flowplayer(“player”, “path/to/the/flowplayer-3.2.2.swf”);

</script>

โค้ด html โดยประมาณ มีดังนี้

<html>

<script type =”text/javascript” src=”http://static.flowplayer.org/js/flowplayer-3.2.2.min.js”></script&gt;

<head>

 //อ้าง path โปรแกรม//

</head>

<body>

<!– player container–>

<a

  href=”http://vod01.netdna.com/vod/demo.flowplayer/flowplayer-700.flv&#8221; //อ้าง path ที่อยู่ของไฟล์วิดิโอ//

  style=”display:block;width:425px;height:300px;” //กำหนดขนาดของวิดิโอที่จะแสดงในหน้าเวปเพจ//

  id=”player”>

</a>

<script>

  flowplayer(“player”, “http://releases.flowplayer.org/swf/flowplayer-3.2.2.swf&#8221;);

</script> 

</body>

</html>

 การใช้ FlowPlayer ในการเล่น mp3 และแสดงภาพ บนเวปเพจ

1.อัปไฟล์ mp3 และรูปภาพที่จะใช้แสดง ไปไว้ในโฮตเวป

2.จากนั้นเขียนสคริป เพื่อให้เล่นเพลงmp3และแสดงภาพ ดังนี้

<html>

<body>

<head>

    <script type=”text/javascript” src=”flowplayer-3.2.2.min.js”></script>  //อ้าง path โปรแกรม//

</head>

<!– setup player container  –>

<div style=”display:block;width:424px;height:422px;”></div>//เซตตามขนาดของภาพ//

<!– install flowplayer into container –>

<script>

$f(“player”, “flowplayer-3.2.2.swf”, {

  // first entry in the playlist works as splash and second entry is the audio file

  playlist: [

  { url: ‘wan01.jpg’, scaling: ‘orig’ },//อ้างpathที่อยู่ของภาพ//

  { url: ‘007.mp3’, autoPlay: false },//อ้างpathที่อยู่ของไฟล์ mp3 และเซต ไม่ให้ เล่นอัตโนมัติ//

  ]

});

</script>

</html> 

<!– setup player container  –>

<div id=”player” style=”display:block;width:424px;height:422px;”></div>//เซตตามขนาดของภาพ//

<!– install flowplayer into container –>

<script>

$f(“player”, “flowplayer-3.2.2.swf”, {

  // first entry in the playlist works as splash and second entry is the audio file

  playlist: [

  { url: ‘wan01.jpg’, scaling: ‘orig’ },//อ้างpathที่อยู่ของภาพ//

  { url: ‘007.mp3’, autoPlay: false },//อ้างpathที่อยู่ของไฟล์ mp3 และเซต ไม่ให้ เล่นอัตโนมัติ//

  ]

});

</script>

</html>

ตัวอย่าง

การติดตั้ง WSUS (Microsoft Windows Server Update Services)

โปรแกรมที่ต้องลง
1. IIS 5 ขึ้นไป
2. BITS 2.0 (เอามาก Windows Update)
3. MSSQL หรือ MSDE 2000 (http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=47366)
4. IE 6.0 SP 1. (http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=47359)
5. .NET Framework Version 1.1 Redistributable Package พร้อมแพทต่างๆ
6. Windows 2000 Server ขึ้นไป

สเปกเครื่องอย่างต่ำ

1. HDD ว่างๆอย่างน้อยๆ 40G และต้องเป็นแบบ NTFS เท่านั้น
2. CPU 1 G ขึ้นไป
3. RAM 1 G ขึ้นไป (ผมใช้ 256 M แต่ช้า พอเพิ่มเป็น 512M ก็เร็วใช้ได้)

ลง IIS และ Patch ให้เรียบร้อย

ลงMSDE 2000
1. (ถ้าใครลง MSSQL ก็ผ่านข้อนี้ไปได้) (NEXT and OK Technology)
จะได้ C:\MSDE 2000

2. ไปที่ Command ไปที่ C:\MSDE2000 พิมพ์
setup sapwd=”password” instancename=”WSUS”
ปิด Command
3. คลิ๊กที่ Start Menu => Run… พิมพ์
4. พิมพ์ services.msc กด OK
5. ตรวจสอบว่ามี MSSQL$WSUS ถ้ายังไม่มี กลับไปทำข้อ 1 ใหม่

6. ไป DL MS03-031 ที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=47363 เป็น security patch ของ MSDE
http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=47363
อ่านรายละเอียดได้ ที่
http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=47364
7. ลงตัว MS03-031 ด้วยวิธี NEXT and OK Technology
ในหน้าต่าง Instance to Update ดูใน Instance  ว่าเป็น WSUS instance

ในหน้า Authentication Mode เลือก Windows Authentication